ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เหตุผลที่ภาครัฐนิยมติดต่อกับสมาคมการค้า


จุดเริ่มต้นของสมาคมการค้าจำนวนมาก มักก่อตัวจากกการมีความสนใจหรือปัญหาร่วมกัน จึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มเครือข่าย หรือชมรมฯ และเมื่อผ่านการทำกิจกรรมติดต่อกับภาครัฐระยะหนึ่ง กลุ่มเครื่อข่ายนั้น มักได้รับคำแนะนำจากภาครัฐ ให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นสมาคมการค้า ในด้านหนึ่งก็เพื่อให้กลุ่มเครือข่ายนั้นมีตัวตนตามกฏหมายเป็นนิติบุคคลหนึ่งที่ภาครัฐจะติดต่อทำธุรกรรมได้เป็นกิจจะลักษณะ

อย่างไรก็ตาม ยังมีเหตุผลอื่นอีก โดยเฉพาะสมาคมการค้าที่ผ่านการจัดตั้งระยะหนึ่ง มีกลไกการทำงานของตัวเองแล้ว และนี่คือเหตุผลที่ภาครัฐนิยมในการติดต่อกับสมาคมการค้า

👉 เป็นตัวแทนของหน่วยจ้างงานของประเทศ
สมาคมการค้าเป็นตัวแทนของสมาชิกผู้ประกอบการ ที่เป็นหน่วยย่อยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานทั่วไป จึงมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมธุรกิจ ให้มีการลงทุน ให้เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีงานทำ มีการใช้จ่าย ธุรกิจจึงจะดำเนินต่อไปได้อันเป็นที่มาของภาษีที่รัฐจัดเก็บ ภาครัฐจึงอาศัยสมาคมการค้าที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการ เป็นช่องทางหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายของภาครัฐได้

👉 เป็นคู่เจรจาที่น่าเชื่อถือ
สมาคมการค้า เป็นตัวแทนสมาชิก มีเครือข่ายการสื่อสารที่ดีกับสมาชิก ยิ่งสมาคมการค้ามีความหนาแน่นของสมาชิกมากขึ้นเท่าใด จะยิ่งทำให้สมาคมการค้านั้นมีความเป็นตัวแทนสมาชิกมากขึ้นเท่านั้น สมาคมการค้าจึงเป็นที่เชื่อถือในฐานะคู่เจรจาของภาครัฐ

👉 มีข้อมูลสนับสนุนการวางนโยบาย และทำให้นโยบายประสบความสำเร็จ
สมาคมการค้าอยู่ในศูนย์กลางของอุตสาหกรรม มีข้อมูลมากมายจากสมาชิก ซึ่งมักเป็นข้อมูลแบบที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น จึงเป็นสิ่งสนับสนุนในการสนับสนุนการวางนโยบายของภาครัฐ
แม้ว่าสมาคมการค้าจะมีข้อมูลระดับจุลภาคจากสมาชิกในอุตสาหกรรม แต่มุมมองของผู้บริหารสมาคมการค้ามักมีลักษณะมหภาค คือมองภาพกว้าง ซึ่งเป็นการมองในลักษณะเดียวกับภาครัฐ
นอกจากนี้ ด้วยความเข้าใจธรรมชาติและความเป็นไปในอุตสาหกรรมที่สมาคมการค้านั้นอยู่ สมาคมการค้าจึงสามารถระบุผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ อันจะช่วยให้นโยบายของภาครัฐประสบผลสำเร็จได้

👉 เป็นสะพานเชื่อมถึงธุรกิจ
สมาคมการค้ามักมีองค์ความรู้ หรือเข้าถึงองค์ความรู้ของอุตสาหกรรม เป็นผู้นำทางความคิดของอุตสาหกรรม จึงเป็นสะพานที่ภาครัฐจะเชื่อมไปถึงหน่วยธุรกิจในอุตสาหกรรมได้ง่าย

👉 เปิดกว้างในการร่วมงานกับผู้อื่น
สมาคมการค้ามักยินดีทำงานร่วมกับผู้อื่นในประเด็นที่สมาคมการค้านั้นให้ความสนใจ เพื่อลดพื้นที่การตัดสินใจฝ่ายเดียวของภาครัฐ ซึ่งในอีกด้านหนึ่งความเต็มใจร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทำให้ภาครัฐสามารถอาศัยสมาคมการค้าในการช่วยงานภาครัฐได้ในประเด็นที่สนใจร่วมกัน

👉 เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพ
สมาคมการค้า เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงในการสื่อสารระหว่างรัฐและภาคธุรกิจที่สมาคมการค้านั้นเป็นตัวแทน โดยปกติแต่ละสมาคมการค้า มักมีช่องทาง และวิธีการสื่อสารที่มีผลต่อความคิดของสมาชิกอยู่แล้ว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยามวิกฤต อย่าลืมทบทวนแหล่งรายได้ของสมาคมด้วย ว่ายังมีอยู่จริงหรือไม่

สมาคมต่างๆ เป็นหน่วยงานไม่หวังผลกำไร นั่นหมายถึง กิจกรรมหลักของแต่ละสมาคม ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อหวังผลกำไร หรือความมั่งคั่ง แต่รายรับก็เป็นสิ่งสำคัญของแต่ละสมาคม แม้แต่สมาคม หรือมูลธินิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ก็ตาม 🔴  อย่าลืมว่า สมาคมเองก็มี Fixed Cost ของตัวเอง  🔴 ในเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากกระทบต่อการประกอบการของภาคธุรกิจ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ New Normal แล้ว ยังอาจมีผลกระทบต่องบประมาณด้านรายรับของแต่ละสมาคมด้วย ลองทบทวนแหล่งรายรับของสมาคมดูว่า ในรายรับแหล่งต่างๆ อาจได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่างไร ตัวอย่างเช่น 1. ค่าธรรมเนียมสมาชิก COVID-19 ทำให้ผู้ประกอบการในหลายๆธุรกิจต้องหยุดการดำเนินการ เช่น กลุ่มโรงแรม กลุ่มการท่องเที่ยว ถ้าสมาชิกของสมาคมของคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ เป็นไปได้ว่า สมาชิกหลายรายอาจเลิกกิจการไป ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อค่าธรรมเนียมสมาชิกของสมาคมที่จะลดลง 2. การสนับสนุน หลายสมาคมมีสื่อของตัวเอง เช่น วารสาร เวบไซต์ สำหรับสื่อสารถึงสมาชิก และในสื่อนี้ สมาคมสามารถแทรกข่าวสารที่เป็นโฆษณาไปด้วย เพื่อแลกกับการสนับสนุน ซึ่งรายได้ส...

แนวทางการทำงานร่วมกับอาสาสมัครของสมาคม

ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งขององค์การที่ไม่หวังผลกำไรก็คือ องค์การเหล่านี้ไม่มีเงินมากนักในการทำกิจกรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ การใช้จ่ายเงินจึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง จะจ่ายเท่าที่จำเป็น เพื่อให้มีเงินเพียงพอในการผลักดันกิจกรรมสำคัญ อีกทางเลือกหนึ่งขององค์การไม่หวังผลกำไร เช่น มูลนิธิ สมาคม สมาคมการค้า ที่จะผลักดันงานตามวัตถุประสงค์ อย่างประหยัดเงินก็คือ การใช้อาสาสมัครในการทำงาน อาสาสมัครคือ พลังในการทำงานที่องค์การไม่ต้องจ่ายค่าแรง หรือจ่ายเพียงเล็กน้อย การใช้งานอาสาสมัคร ถือว่าเป็นข้อดีที่เป็นจุดเด่นขององค์การที่ไม่หวังผลกำไร เมื่อคุณใช้มืออาชีพในการทำงานให้กับธุรกิจ คุณต้องจ่ายค่าตอบแทนการทำงานให้กับมืออาชีพคนนั้น ยิ่งเก่งเท่าไหร่ คุณก็ต้องจ่ายมากขึ้นเท่านั่น แต่ไม่ใช่กับองค์การที่ไม่หวังผลกำไร หลายๆองค์การสามารถดึงดูดให้มืออาชีพเหล่านี้มาทำงานด้วย โดยที่มืออาชีพเหล่านี้ไม่ต้องการรับค่าตอบแทน ซึ่งมืออาชีพบางคน แม้ว่าธุรกิจจะยินดีจ่ายค่าตอบแทน ก็ไม่สามารถได้ร่วมงานด้วย แต่มืออาชีพเหล่านี้กลับเสนอตัวทำงานให้กับองค์การที่ไม่หวังผลกำไรบางแห่ง เป็น...

ภาษีเงินได้ของสมาคม สมาคมการค้า และมูลนิธิ

มูลนิธิ สมาคม และสมาคมการค้า จัดเป็นองค์การไม่แสวงหากำไร แต่ไม่ถือว่าเป็นองค์การที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จนกว่าจะได้รับการประกาศให้เป็นสถานสาธารณกุศลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 47(7)(ข) องค์การไม่แสวงหากำไรที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เหล่านี้ ต้องเสียภาษีเงินได้ โดยคำนวณจากเงินได้ที่ได้รับก่อนหักค่าใช้จ่าย เนื่องจากองค์การเหล่านี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่หวังผลกำไรอย่างหน่วยธุรกิจทั่วไป ด้งนั้น องค์การไม่หวังผลกำไรแม้จะมีรายได้ และรายจ่า ย แต่หลักในการคำนวณภาษีเงินได้ จะคำนวณจากฐานคือเงินได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับอัตราภาษีขององค์การไม่หวังผลกำไรเหล่านี้ มีดังนี้ - กรณีเงินได้มาตรา 40(1)-(7) อัตราภาษีอยู่ที่ 10% ของเงินได้ - กรณีเงินได้มาตรา 40(8) เงินได้จากการพาณิชย์ อัตราภาษีอยู่ที่ 2% 🤞 🤞 🤞 ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้มารวมคำนวณภาษีใน 3 กรณีคือ 1. ค่าธรรมเนียม หรือค่าบำรุงที่เก็บจากสมาชิก 2. เงินบริจาค 3. เงินได้โดยเสน่หา วางแผนการจัดตั้งสมาคมของคุณให้สอดคล้องกับภาระภาษีด้วยนะ จะได้มีเงินไว้สร้างกิจกรรมตามวัตถุประสง...